วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559

Journal Friday 11 March 2559


บันทึกการเรียนครั้งที่ 6 



วามรู้ที่ได้รับ : Knowledge

^_^  เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ (Children with Behavioral and Emotional Disorders) คือ 
- เด็กที่มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ 
- แสดงออกถึงความต้องการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
- มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ
- เด็กที่มีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกตินาน ๆ ไม่ได้
- เด็กที่ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้
- ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อย






ลักษณะของเด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์





การจำแนกเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ ตามกลุ่มอาการ







สมาธิสั้น (Attention Deficit) คือ เด็กที่มีลักษณะกระวนกระวาย ไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้ หยุกหยิกไปมา
พูดคุยตลอดเวลา มักรบกวนหรือเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น มีทักษะการจัดการในระดับต่ำ




การถอนตัวหรือล้มเลิก (Withdrawal) คือ การหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และมักรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น เฉื่อยชา และมีลักษณะคล้ายเหนื่อยตลอดเวลา ขาดความมั่นใจ ขี้อาย ขี้กลัว ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก


ความผิดปกติในการทำงานของร่างกาย (Function Disorder)

คือ ความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน (Eating Disorder)
- การอาเจียนโดยสมัครใจ (Voluntary Regurgitation)
- การปฏิเสธที่จะรับประทาน
- รับประทานสิ่งที่รับประทานไม่ได้
- โรคอ้วน (Obesity)
- ความผิดปกติของการขับถ่ายทั้งอุจจาระและปัสสาวะ (Elimination Disorder)


ภาวะความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ระดับรุนแรง










ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเด็ก

- ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เช่นเด็กปกติ
- รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือกับครูไม่ได้
- มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน
- มีความคับข้องใจ มีความเก็บกดอารมณ์
- แสดงอาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
- มีความหวาดกลัว


เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม  ซึ่งจัดว่ามีความรุนแรงมาก คือ
- เด็กสมาธิสั้น (Children with Attention Deficit and Hyperactivity Disorders)
- เด็กออทิสติก (Autistic) หรือ ออทิสซึ่ม (Autisum)


เด็กสมาธิสั้น (Children with Attention Deficit Hyperactivity Disorders)




ADHD เป็นภาวะผิดปกติทางจิตเวช มีลักษณะเด่นอยู่ 3 ประการ คือ

- Inattentiveness (สมาธิสั้น)
- Hyperactivity (ซนอยู่ไม่นิ่ง)

- Impulsiveness (หุนหันพลันแล่น)

สาเหตุ

- ความผิดปกติของสารเคมีบางชนิดในสมอง
เช่น โดปามีน (dopamine) นอร์อิพิเนฟริน (norepinephrine)
- ความผิดปกติในการทำงานของวงจรที่ควบคุมสมาธิ และการตื่นตัว อยู่ที่สมองส่วนหน้า (frontal cortex)
- พันธุกรรม
- สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสมาธิสั้น

       สมาธิสั้น ไม่ได้เกิดจากความผิดของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกผิดวิธี ตามใจมากเกินไป หรือปล่อยปละละเลยจนเกินไป และไม่ใช่ความผิดของเด็กที่ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ แต่ปัญหาอยู่ที่การทำงานของสมองที่ควบคุมเรื่องสมาธิของเด็ก


ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์

- อุจจาระ ปัสสาวะรดเสื้อผ้า หรือที่นอน 
- ยังติดขวดนม หรือตุ๊กตา และของใช้ในวัยทารก 
- ดูดนิ้ว กัดเล็บ
- หงอยเหงาเศร้าซึม การหนีสังคม 
- เรียกร้องความสนใจ 
- อารมณ์หวั่นไหวง่ายต่อสิ่งเร้า 
- ขี้อิจฉาริษยา ก้าวร้าว
- ฝันกลางวัน 
- พูดเพ้อเจ้อ 

^_^ เด็กพิการซ้อน (Children with Multiple Handicaps)  คือ เด็กที่มีความบกพร่องที่มากกว่าหนึ่งอย่าง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องในการเรียนรู้อย่างมาก เด็กปัญญาอ่อนที่สูญเสียการได้ยิน เด็กปัญญาอ่อนที่ตาบอด เด็กที่ทั้งหูหนวกและตาบอด







ทักษะ : Skill

- การคิด
- วิเคราะห์
- การสังเคราะห์
- การคิด แก้ปัญหา
- การระดมความคิด




การนำไปใช้ : Adoption

^_^  นำความรู้ ทักษะ ลักษณะอาการของเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านอารมณ์ พฤติกรรม และเด็กพิการซ้ำซ้อน ไปเป็นข้อมูลและนำไปปรับใช้ในการสอนเด็กพิเศษ




การประเมิน : Evaluation

ตัวเอง
         เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียน ร่วมวิเคราะห์และทำกิจกรรมภายในห้องเรียน ตั้งใจฟังคำแนะนำเรื่องการเลือกโรงเรียนสังเกตการสอนและนำไปใช้

เพื่อน
        เพื่อนแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียน ตั้งใจร่วมทำกิจกรรมภายในห้องเรียน  ตั้งใจฟังคำแนะนำเรื่องการเลือกโรงเรียนสังเกตการสอนและนำไปใช้

อาจารย์ผู้สอน
         เข้าสอนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย พร้อมกับให้คำปรึกษากับนักศึกษาทุกคน ทั้งเรื่องการเรียนและการเลือกโรงเรียนสังเกตการสอน

ห้องเรียน
             สะอาด อุปกรณ์ไม่พร้อมใช้งาน ลำโพงไม่มี ต้องนำมาเอง





Journal Friday 4 March 2559


งดการเรียนการสอน



วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Journal Friday February 12 2559


บันทึกการเรียนครั้งที่ 5


ความรู้ที่ได้รับ : Knowledge

^_^  เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Children with Learning Disabilities) 
หรือ เรียกย่อ ๆ ว่า L.D. (Learning Disability) หมายถึงเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง
ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียน เด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการ หรือความบกพร่องทางร่างกาย



สาเหตุ

คือ ความผิดปกติของการทำงานของสมองที่ไม่สามารถถอดรหัสตัวอักษรออกมาได้ (เชื่อมโยงภาพตัวอักษรเข้ากับเสียงไม่ได้) และ กรรมพันธุ์



           ด้านการอ่าน (Reading Disorder) จะอ่านหนังสือช้า ต้องสะกดทีละคำ อ่านออกเสียงไม่ชัด ออกเสียงผิด หรืออาจข้ามคำที่อ่านไม่ได้ไปเลย ไม่เข้าใจเนื้อหาที่อ่าน หรือจับใจความสำคัญไม่ได้

ลักษณะของเด็ก LD ด้านการอ่าน



            ด้านการเขียน (Writing Disorder)  เขียนตัวหนังสือผิด สับสนเรื่องการม้วนหัวอักษร เช่น จาก ม เป็น น หรือจาก ภ เป็น ถ เป็นต้น  เขียนตามการออกเสียง เช่น ประเภท เขียนเป็น ประเพด  เขียนสลับ เช่น สถิติ เขียนเป็น สติถิ

ลักษณะของเด็ก LD ด้านการเขียน




            ด้านการคิดคำนวณ (Mathematic Disorder)  ตัวเลขผิดลำดับ ไม่เข้าใจเรื่องการทดเลขหรือการยืมเลขเวลาทำการบวกหรือลบ  ไม่เข้าหลักเลขหน่วย สิบ ร้อย  แก้โจทย์ปัญหาเลขไม่ได้

ลักษณะของเด็ก LD ด้านการคำนวณ



           หลายๆ ด้านร่วมกัน 

อาการที่มักเกิดร่วมกับ LD

- แยกแยะขนาดสีและรูปร่างไม่ออก
- มีปัญหาความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา
- เขียน/อ่านตัวอักษรสลับซ้าย-ขวา
- งุ่มง่ามการประสานงานของกล้ามเนื้อไม่ดี
- การประสานงานของสายตา-กล้ามเนื้อไม่ดี
- สมาธิไม่ดี (เด็ก LD ร้อยละ 15-20 มีสมาธิสั้น ADHD ร่วมด้วย)
- เขียนตามแบบไม่ค่อยได้
- ทำงานช้า



^_^ เด็กออทิสติก (Autistic) หรือ ออทิซึ่ม (Autism) คือ เด็กที่ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่สามารถเข้าใจคำพูด ความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น ไม่สามารถที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างและสังคม เด็กออทิสติกแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ของตนเองติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต



"ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว" 

ลักษณะของเด็กออทิสติก 




- ทักษะภาษา
- ทักษะทางสังคม
- ทักษะการเคลื่อนไหว
- ทักษะการรับรู้เกี่ยวกับรูปทรง ขนาดและพื้นที่



Autistic Savant

- กลุ่มที่คิดด้วยภาพ (visual thinker) จะใช้การการคิดแบบอุปนัย (bottom up thinking)
- กลุ่มที่คิดโดยไม่ใช้ภาพ (music, math and memory thinker) จะใช้การคิดแบบนิรนัย (top down thinking)



ทักษะ : Skill

- การคิด
- วิเคราะห์
- การสังเคราะห์
- การคิด แก้ปัญหา
- การระดมความคิด



การนำไปใช้ : Adoption

^_^  นำความรู้ ทักษะ ลักษณะอาการ ของเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านต่างๆนี้ไปประเมิน หรือ สังเกตเด็กอนุบาลในชั้นเรียนของเราได้ หรือเด็กที่เราอาจพบเห็นได้



การประเมิน : Evaluation

ตัวเอง
         เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียน ร่วมวิเคราะห์และทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

เพื่อน
        เพื่อนแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียน ตั้งใจร่วมทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

อาจารย์ผู้สอน
         เข้าสอนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย
ห้องเรียน
             สะอาด อุปกรณ์ไม่พร้อมใช้งาน ไมค์ไม่มี ลำโพงไม่ดัง




วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Journal Friday February 5 2559


บันทึกการเรียนครั้งที่ 4



ความรู้ที่ได้รับ : Knowledge

^_^  ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

      เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา (Children with Speech and Language Disorders )


      เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด

หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องซึ่งเกิดจากการพูดผิดปกติ ในด้านความชัดเจนในการปรับปรุงแต่งระดับและคุณภาพของเสียง จังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด เช่น
1. ความบกพร่องในด้านการปรุงเสียง (Articulator Disorders)
2. ความบกพร่องของจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด (speech Flow Disorders)
3. ความบกพร่องของเสียงพูด (Voice Disorders)


      เด็กที่มีความบกพร่องทางการภาษา

หมายถึง การขาดความสามารถที่จะเข้าใจความหมาย ของคำพูด และ/หรือไม่สามารถแสดงความคิดออกมาเป็นถ้อยคำได้ เช่น
1. การพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าวัย (Delayed Language)
2. ความผิดปกติทางการพูดและภาษาอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพที่สมอง โดยทั่วไปเรียกว่า Dysphasia หรือ aphasia




        ลักษณะของเด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา

- ในวัยทารกมักเงียบผิดธรรมชาติ ร้องไห้เบา ๆ และอ่อนแรง
- ไม่อ้อแอ้ภายในอายุ 10 เดือน
- ไม่พูดภายในอายุ 2 ขวบ
- หลัง 3 ขวบแล้วภาษาพูดของเด็กก็ยังฟังเข้าใจยาก
- ออกเสียงตัวสะกดไม่ได้
- หลัง 5 ขวบ เด็กยังคงใช้ภาษาที่เป็นประโยคไม่สมบูรณ์ในระดับประถมศึกษา
- มีปัญหาในการสื่อความหมาย พูดตะกุกตะกัก

- ใช้ท่าทางในการสื่อความหมาย


       เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
      (Children with Physical and Health Impairments)
คือ
- เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน
- อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหายไป
- เจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรง
- มีปัญหาทางระบบประสาท
- มีความลำบากในการเคลื่อนไหว


เช่น โรคลมชัก



         ซี.พี. (Cerebral Palsy) 




หมายถึง  การเป็นอัมพาตเนื่องจากระบบประสาทสมองพิการ หรือเป็นผลมาจากสมองที่กำลังพัฒนาถูกทำลายก่อนคลอด ระหว่างคลอด หรือหลังคลอด 
การเคลื่อนไหว การพูด พัฒนาการล่าช้า เด็กซีพี มีความบกพร่องที่เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของสมองแตกต่างกัน

1. กลุ่มแข็งเกร็ง (spastic)



1. spastic hemiplegia อัมพาตครึ่งซีก
2. spastic diplegia อัมพาตครึ่งท่อนบน
3. spastic paraplegia อัมพาตครึ่งท่อนล่าง
4. spastic quadriplegia อัมพาตทั้งตัว

2.กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเอง (athetoid , ataxia)


      athetoid คือ อาการขยุกขยิกช้า ๆ หรือเคลื่อนไหวเร็วๆที่เท้า แขน มือ หรือที่ใบหน้าของ เด็กบางรายอาจมีคอเอียง ปากเบี้ยวร่วมด้วย
      ataxia คือ มีความผิดปกติในการทรงตัวของร่างกาย กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน


3. กลุ่มอาการแบบผสม (Mixed) 

ได้แก่  1. โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ (Orthopedic)
           2. โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ (Orthopedic) 
           3. โปลิโอ (Poliomyelitis)
           4. โรคระบบทางเดินหายใจ โรคเบาหวาน (Diabetes mellitus )  
           5. โรคหัวใจ (Cardiac Conditions)
           6. โรคมะเร็ง (Cancer)
           7. เลือดไหลไม่หยุด (Hemophilia) 
           8. แขนขาด้วนแต่กำเนิด (Limb Deficiency)

ลักษณะของเด็กบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

- มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว 
- ท่าเดินคล้ายกรรไกร
- เดินขากะเผลก หรืออึดอาดเชื่องช้า
- ไอเสียงแห้งบ่อย ๆ 
- มักบ่นเจ็บหน้าอก บ่นปวดหลัง 
- หน้าแดงง่าย มีสีเขียวจางบนแก้ม ริมฝีปากหรือปลายนิ้ว 
- หกล้มบ่อย ๆ
- หิวและกระหายน้าอย่างเกินกว่าเหตุ


ภาพกิจกรรม







ทักษะ : Skill

- การคิด - วิเคราะห์
- การสังเคราะห์
- การคิด แก้ปัญหา
- การระดมความคิด


การนำไปใช้ : Adoption

^_^  นำความรู้ ทักษะ ลักษณะอาการ ปารปฐมพยาบาลต่างๆไปใช้ในเหตุการณ์จริง หรือพบเห็นในชั้นเรียนเด็กปฐมวัยได้


การประเมิน : Evaluation

ตัวเอง
         เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียน ร่วมวิเคราะห์และทำกิจกรรมภายในห้อง

เพื่อน
        เพื่อนแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียน ตั้งใจร่วมทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

อาจารย์ผู้สอน
         เข้าสอนตรงต่อเวลา อธิบายเพิ่มเติมจากหัวข้อได้ดี เข้าใจง่าย ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่งกายสุภาพเรียบร้อย

ห้องเรียน
             สะอาด อุปกรณ์ครบพร้อมใช้งาน




วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Journal Friday January 29 2559


บันทึกการเรียนครั้งที่ 3 




ความรู้ที่ได้รับ : Knowledge

^_^  ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ   แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความสามารถสูง

คือ เด็กที่มีความเป็นเลิศทางสติปัญญา เรียกโดยทั่ว ๆ ไปว่า “เด็กปัญญาเลิศ” (Gifted Child)

ตัวอย่างเด็กปัญญาเลิศ

 Kin Ung-Yong  เด็กเกาหลีใต้ IQ 213




 2. กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง มีอยู่ 9 ลักษณะ คือ

1.เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
2.เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
3.เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
4.เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายเเละสุขภาพ
5.เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดเเละภาษา
6.เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมเเละอารมณ์
7.เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
8.เด็กออทิสติก
9.เด็กพิการซ้อน

      เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญา  มี 2 กลุ่ม คือ

1. เด็กเรียนช้า มีระดับสติปัญญา (IQ) ประมาณ 71-90
2. เด็กปัญญาอ่อน  ระดับสติปัญญา (IQ) แบ่งได้ 4 กลุ่ม
เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนักมาก IQ ต่ำกว่า 20
เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนัก IQ 20-34 เรียกกลุ่มนี้ว่า C.M.R
เด็กปัญญาอ่อนปานกลาง IQ 35-49 เรียกกลุ่มนี้ว่า T.M.R
เด็กปัญญาอ่อนขนาดน้อย IQ 50-70 เรียกกลุ่มนี้ว่า E.M.R

      เด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน

1. เด็กหูตึง จำแนกได้ 4 กลุ่ม

เด็กหูตึงระดับน้อย                 ได้ยินตั้งแต่ 26-40 dB
เด็กหูตึงระดับปานกลาง         ได้ยินตั้งแต่ 41-55 dB
เด็กหูตึงระดับมาก                 ได้ยินตั้ง 56-70 dB
เด็กหูตึงระดับรุนแรง              ได้ยินตั้งแต่ 71-90 dB

2. หูหนวก  ระดับการได้ยินตั้งแต่ 91 dB ขึ้นไป




         เด็กที่บกพร่องทางการมองเห็น
1. เด็กตาบอด  
มีสายตาข้างดีมองเห็นได้ในระยะ 6/60  20/200  ลงมาจนถึงบอดสนิท
มีลานสายตาโดยเฉลี่ยอย่างสูงสุดแคบกว่า 5 องศา

2.เด็กตาบอดไม่สนิท
เมื่อทดสอบสายตาข้างดีจะอยู่ในระดับ 6/18  20/60  6/60  20/200 หรือน้อยกว่านั้น
มีลานสายตาโดยเฉลี่ยอย่างสูงสุดกว้างไม่เกิน 30 องศา


ภาพกิจกรรม

 



ทักษะ : Skill

- การคิด - วิเคราะห์
- การสังเคราะห์
- การคิด แก้ปัญหา
- การระดมความคิด




การนำไปใช้ : Adoption

^_^  นำความรู้เกี่ยวกับประเภท ลักษณะ อาการของเด็กที่มีความบกพร่องด้านการได้ยินไปใช้กับเด็กที่เราพบเจอแล้วเขามีความบกพร่องทางด้านการได้ยินได้ในเบื้องต้น และยังสามารถนำความรู้นี้ไปใช้กับผู้ที่ตาบอด หูหนวก ในสถานบำบัดต่างๆอีกด้วย




การประเมิน : Evaluation

ตัวเอง
         เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียน ร่วมวิเคราะห์และทำกิจกรรมภายใน

เพื่อน
        เพื่อนแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียน ตั้งใจร่วมทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

อาจารย์ผู้สอน
         เข้าสอนตรงต่อเวลา อธิบายเพิ่มเติมจากหัวข้อได้ดี เข้าใจง่าย ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่งกายสุภาพเรียบร้อย

ห้องเรียน
             สะอาด อุปกรณ์ครบพร้อมใช้งาน




วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

Journal Friday January 22 2559



บันทึกการเรียนครั้งที่ 2


ความรู้ที่ได้รับ : Knowledge

^_^ ***    1. ความหมายของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ทั้งด้านการแพทย์ และ การศึกษา
              2. พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
              3. ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็ก
              4. สาเหตุที่ทำให้เด็กเกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ

- พันธุกรรม 
เช่น ธาลัสซีเมีย เป็นโรคที่มีความผิดปกติในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง จากการที่เม็ดเลือดแดงแตกง่ายกว่าปกติ โรคนี้เป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พ่อและแม่จะเป็นผู้ถ่ายทอดยีนผิดปกตินี้ไปยังลูก พบผู้ป่วยเป็นโรคนี้ได้ทั่วโลก ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ประมาณร้อยละ 1 ของประชากร และพบผู้ที่มียีนแฝง (พาหะ) ประมาณร้อยละ 40 ของประชากร





- โรคระบบประสาท
- การติดเชื้อ
- ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม
- ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด
- สารเคมี เช่น แอลกอฮอล์ นิโคติน
- การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมรวมทั้งการขาดสารอาหาร
- สาเหตุอื่นๆ

              5.แนวทางการวินิจฉัย และการประเมิน




ภาพกิจกรรม









ทักษะ : Skill

- การคิด - วิเคราะห์
- การสังเคราะห์
- การคิด แก้ปัญหา
- การระดมความคิด



การนำไปใช้ : Adoption

^_^  นำความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับลักษณะอาการของเด็กพิเศษที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆไปศึกษาและนำไปปฏิบัติกับเด็กที่มีความบกพร่องและพูดกับผู้ปกครองของเด็ก




การประเมิน : Evaluation

ตัวเอง
         เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียน ร่วมวิเคราะห์และทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

เพื่อน
        เพื่อนแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียน ตั้งใจร่วมทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

อาจารย์ผู้สอน
         เข้าสอนตรงต่อเวลา อธิบายเพิ่มเติมจากหัวข้อได้ดี เข้าใจง่าย ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่งกายสุภาพเรียบร้อย

ห้องเรียน
             สะอาด อุปกรณ์ครบพร้อมใช้งาน